การปฏิบัติงานค้นหา
เก็บกู้ซากเรือจม และสิ่งกีดขวางใต้น้ำ เกาะพีพี
เนื่องจากธรณีพิบัติภัย คลื่นยักษ์สึนามิถล่มอันดามัน
29 ม.ค.48 -9 เม.ย.2548 โดย พันเอกสุชาต จันทรวงศ์
การค้นหา
เก็บกู้ซากเรือ และสิ่งกีดขวางใต้น้ำ เกาะพีพี
MISSION FOR MY SEA.
สายวันที่
26 ธันวาคม พ.ศ.2547 เหตุการณ์ที่ทำให้พวกเราและทุกคนในประเทศไทยตื่นตระหนกและรู้สึกสับสน
ตามมาด้วยความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในหกจังหวัดภาคใต้ของเรา ตั้งแต่
ชีวิตมนุษย์ สรรพสัตว์ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สิ่งปลูกสร้าง
วัตถุ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมต่างๆ ที่มนุษย์เพียรพยายามสร้างสรรค์พรรณนาขึ้นมานาน........
ถูกคลื่นยักษ์สึนามิพุ่งเข้าถล่ม อย่างไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ .....ปล่อยให้ทุกอย่างละลายหายวับไปเกลียวคลื่นที่สูงกว่า
8 เมตร......หน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ
เอกชน ทหาร ตำรวจ มูลนิธิ กลุ่ม ชมรม องค์กร อาสาสมัคร ฯลฯ ต่างมุ่งหน้าตรงมาให้ความช่วยเหลืออย่างรีบด่วน
ด้วยคน เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ที่ตนเองมีอยู่ ท่ามกลางความสับสนอลหม่านของการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ไม่มีใครเป็นผู้นำและผู้ตัดสินใจ
การช่วยเหลือจึงเกิดขึ้นในลักษณะต่างคนต่างทำ ไร้ซึ่งรูปแบบ
เกาะพีพี อ.เมือง จ.กระบี่
เป็นอีกเกาะหนึ่งที่โดนลงโทษจากภัยจากสึนามิในครั้งนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่
โรงแรม รีสอร์ท ร้านค้า ร้านอาหาร บ้านพัก ที่อยู่อาศัย ฯลฯ ที่เคยอยู่ริมชายหาดหายวับไปกับตา
ผู้คนหนีตายกันอลหม่าน....นักท่องเที่ยวที่กำลังจะลงจากเรือเมล์เที่ยวประจำวัน....หายไปกับเกลียวคลื่น....ภายใต้ผืนน้ำของอ่าวต้นไทร
และอ่าวโละดาลัม ซึ่งอยู่สองฝากของเกาะพีพี กลายเป็นแหล่งรวมของซากศพ
เศษซากปรักพัง และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่บนแผ่นดิน....หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน
พร้อมนักดำน้ำอาสาสมัคร มาช่วยกันค้นหาและเก็บกู้ซากสิ่งปรักหักพังอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย
...ไม่นานนัก.....บางคน บางหน่วยงาน เริ่มจากไป ...แต่ใต้ผืนทะเลเกาะพีพี
ยังเต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพัง และสิ่งที่จะกีดขวางการจราจรทางน้ำ
ที่รอเก็บกู้อีกจำนวนมากกว่า 80%
หากไม่ปิดทองหลังองค์พระ
แล้วพระจะงามได้อย่างไร
กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี
กระทรวงคมนาคม ในฐานะเจ้ากระทรวงที่ต้องดูแลการจราจรทางน้ำและกิจการพาณิชยนาวี
(หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อ ชื่อเดิมของกรมฯ นี้ก็คือ กรมเจ้าท่าฯ
) ซึ่งในระหว่างเกิดภัยสึนามิ กรมฯ นี้ มักจะปฏิบัติงานช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังมาโดยตลอด
หลังจากที่กระแสข่าวสึนามิเริ่มจางหาย หลายหน่วยงานเริ่มจากไป แต่ทะเลยังต้องการความช่วยเหลืออยู่อย่างเดิม
ปลัดกระทรวงคมนาคม ท่านวันชัย ศารทุลทัต ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องทำให้ท้องทะเลกลับคืนมาสู่สภาพเดิม
และมีความปลอดภัยต่อการสัญจรทางน้ำ จึงได้จัดทำ "โครงการค้นหา
เก็บกู้ซากเรือจม และสิ่งกีดขวางใต้น้ำ บริเวณเกาะพีพี เนื่องจากธรณีพิบัติภัย
คลื่นยักษ์สึนามิถล่มอันดามัน" เมื่อ 26 ธันวาคม 2547 ที่ผ่านมา
เนื่องจากบริเวณเกาะพีพีได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ยังคงมีเรือเร็ว
เรือหางยาว เรือนักท่องเที่ยว รวมทั้งสิ่งปลูกสร้าง ประเภท บ้าน ร้านค้า
รีสอร์ท โรงแรม เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เคยอยู่บนเกาะ
จมอยู่ใต้ทะเลบริเวณหน้าอ่าวต้นไทรเป็นจำนวนมาก ซึ่งสิ่งของเหล่านี้
ก่อให้เกิดการกีดขวางการจราจรทางการเดินเรือ อนาคตอาจส่งผลกระทบและเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศน์ทางทะเล
ในการปฏิบัติการค้นหาและเก็บกู้ฯ
ในครั้งนี้ ทางกระทรวงฯ ได้ทำการคัดสรรนักดำน้ำของประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญ
ดำเนินการค้นหาและเก็บกู้ฯ โดยแบ่งระยะเวลาดำเนินการออกเป็น 4 ห้วงดังนี้
ห้วง |
วันที่ปฏิบัติงาน |
จำนวนนักดำน้ำ |
|
29
ม.ค. - 1 ก.พ.48
11 - 14 ก.พ.48
16 - 19 ก.พ.48
7 - 9 เม.ย.48
|
19
คน
36 คน
36 คน
21 คน |
นักดำน้ำจากที่ต่างๆ ถูกระดมมาจากทุกสารทิศ
โดยความร่วมมือกันระหว่าง ชุดปฏิบัติใต้น้ำของกรมการทหารช่าง(ENGINEER
DIVERS) จากชมรมกีฬาทางน้ำ ศูนย์กีฬากรมการทหารช่าง กองทัพบก โดยการนำของ
พันเอกสุชาต จันทรวงศ์ ในส่วนของนักดำน้ำระดับผู้เชี่ยวชาญที่เป็นพลเรือนและภาคเอกชน
นำทีมโดย ครูศรัน กิตติวัณณะกุล Course Director
ของสถาบันดำน้ำสากล PADI (Professional Association of Diving Instructor)
ครูพลัง ยิ้มพานิชย์ และ ครูภู่ศักดิ์ โปษยะจินดา Course
Director ของสถาบันดำน้ำสากล NAUI (National Association of Underwater
Instructor) คณะนักดำน้ำทั้งหมดออกเดินทางจากท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ไปยังภูเก็ต
ด้วยเครื่องบินสายการบินไทยทั้งไปและกลับ ต่อจากนั้นเดินทางต่อด้วยเรือนอน
(Live aboard) จากท่าเรือรัษฎาไปปฏิบัติงานอยู่ที่อ่าวต้นไทร เกาะพีพี
จ.กระบี่ ห้วงละ 4 วัน 4 คืน กลางวันดำน้ำ กลางคืนนอน เรือที่พวกเราใช้ปฏิบัติงานเป็นเรือนอน
(Live aboard) จำนวน 2 ลำ ชื่อเรือม้าน้ำ และ Bubble Blue ซึ่งมีห้องนอน
ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องพักผ่อน มีอุปกรณ์ดำน้ำ เครื่องอัดอากาศ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
ครบครัน เปรียบได้เสมือนกับบ้านพักลอยน้ำนั่นเอง ดังนั้นทีมนักดำน้ำของเราจึงไม่จำเป็นต้องไปอาศัยพักที่โรงแรมบนชายฝั่งใดๆ
ทั้งสิ้น กิน นอนและทำงานอยู่บนเรือได้เลย สามารถประหยัดงบประมาณได้เป็นจำนวนมาก
ทีมผิวน้ำ
การปฏิบัติงานในครั้งนี้ นอกเหนือจากพวกเราแล้วที่เป็นทีมใต้น้ำแล้ว
ทีมบนผิวน้ำนับว่ามีความสำคัญมาก ที่จะคอยยกขนและเก็บกู้ หากไม่มีทีมนี้ภารกิจจะสำเร็จไม่ได้เลย
ทีมนี้เป็นเหล่าพนักงาน เครื่องมือ และยุทโปกรณ์ของกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีทั้งหมด
ประกอบด้วย เรือ ส.2 ,เรือ 401, เรือเร็วอำนวยการ, เรือเร็ว 142, เรือหางยาวชาวบ้าน,
เรือดิงกี้ประจำเรือดำน้ำ, เรือไฟเบอร์ขนาดเล็ก,เรือไฟเบอร์ขนาดใหญ่,
เท้งรวมขยะและเรือรวมขยะ รวมทั้งพนักงานของกรมขนส่งทางน้ำฯ อีกจำนวนหลายท่าน
โดยมีผู้รับผิดชอบคือ น.อ.อาณัติ สมบัติทวี ร.น.
ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกพาณิชยนาวี ซึ่งรักษาการผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งทางน้ำที่
5 และมี นายวิชัย คำคง ผู้อำนวยการสำนักงานการขนส่งทางน้ำที่
5 สาขากระบี่ เป็นแกนนำหลัก
และท่านที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคมให้ดูแลโครงการนี้
คือ ท่านผู้ตรวจการณ์กระทรวงคมนาคม ท่านสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์
ซึ่งท่านได้ให้ความเป็นห่วงใยพวกเราเสมอ คอยให้ข้อแนะนำตลอดเวลา
ท่านไปส่งพวกเราที่สนามบินเกือบทุกครั้งที่พวกเราเดินทาง นอกจากนั้นท่านยังปลีกเวลาไปตรวจการปฎิบัติงานและให้กำลังใจพวกเราด้วยตัวเองทุกครั้ง
.....ท่านที่คอยดูแลเรื่องธุรการและประสานงานทั้งหลายทั้งปวงให้พวกเราอีกท่านจนการปฏิบัติงานเสร็จเรียบร้อยไปด้วยดี
คือ พี่นิ่มนวล ตีรณะธรรม งานนี้ขอชมว่าพี่นิ่มนวลเป็นผู้ประสานงานที่ยอดเยี่ยมมาก.....
สูตรสำหรับปฏิบัติงานประจำวันของพวกเราคือ
สูตร 6-7-8 หมายถึง 06.00 น. ตื่นนอน 07.00 น.เริ่มดำน้ำ DIVE ที่
1 โดย Dive ที่ 1 นี้ พวกเราต้องไปดำน้ำค้นหาและเก็บกู้ แถวท่าเทียบเรือของเกาะพีพี
เพราะหากสายแล้วจะมีเรือวิ่งเข้า-ออกเป็นจำนวนมาก ใบพัดเรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อพวกเราได้
.....หลังจากนั้นจึงกลับขึ้นมารับประทานอาหารเช้าเวลาประมาณ 08.00
น.เศษ แม่ครัวประจำเรือจะจัดเตรียมอาหารเช้าอร่อยๆ ไว้ให้พวกเรารับประทาน.....
หลังจากพักท้องพอย่อยเรียบร้อย พวกเราจะเริ่มดำน้ำต่อในตอนสายๆ ใน
DIVE ที่ 2 และ 3 กลับขึ้นมารับประทานอาหารกลางวัน (ซึ่งเวลาไม่ค่อยแน่นอน)
แอบงีบนิดหนึ่ง จึงลงดำน้ำต่ออีกในช่วงบ่ายและเย็น ใน DIVE ที่ 4 และ
5 กว่าจะเสร็จภารกิจก็ประมาณ 17.00 น.เศษ แต่หากวันไหนงานเก็บกู้ติดพัน
ก็ต้องดำน้ำกันจนถึงสิ้นแสงตะวันเลยทีเดียว บริเวณอ่าวต้นไทรนี้น้ำลึกประมาณ
10-20 เมตร นักดำน้ำบางครั้งจำเป็นต้องขึ้นๆ ลงๆ ในระหว่างการเก็บกู้แต่ละครั้ง
ดังนั้นนักดำน้ำทุกคนจะต้องหมั่นตรวจเช็คและคำนวณ Pressure Group ของตนเองและทำการพักน้ำให้ถูกต้องตลอดเวลา
ไม่อย่างนั้นอาจก่อให้เกิดอาการป่วยจากความกดดันได้ (Decompression
Sickness)
พวกเราการแบ่งนักดำน้ำออกเป็นชุดๆ
เพื่อให้สะดวกในการปฏิบัติงาน ชุดละ 2-3 คน โดยใช้ระบบบัดดี้ ซึ่งกฎของการดำน้ำสากลห้ามดำน้ำคนเดียว
นักดำน้ำแต่ละชุดจะปฏิบัติหน้าที่ค้นหาและเก็บกู้สิ่งของต่างๆ ที่จมอยู่ใต้ทะเล
โดยแต่ละชุดได้จะได้รับการแบ่งมอบพื้นที่และเส้นทางการดำ นักดำน้ำแต่ละชุดจะต้องใช้เข็มทิศใต้น้ำเป็นเครื่องมือนำทาง
ไปตามพื้นที่และเส้นทางที่ได้รับมอบหมายไว้...
อุปกรณ์และรูปแบบการปฏิบัติงาน
ที่ใต้ท้องทะเลของอ่าวต้นไทร ณ ความลึก 10-20 เมตร เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ
ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่บนฝั่ง และเคยลอยอยู่บนผิวน้ำ เช่น เรือเร็ว เรือหางยาว
เรือรับนักท่องเที่ยว บ้านทั้งหลัง ชิ้นส่วนต่างๆ ของบ้าน ฝาบ้าน โครงหลังคา
ท่อนไม้ เศษไม้ ต้นมะพร้าว ต้นไม้ โครงบ้าน โครงเหล็ก สังกะสี กระเบื้อง
รั้วบ้าน ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องเสียง เครื่องเล่นวีซีดี
กล้องถ่ายวีดีโอ กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าถือ กระเป๋าสตางค์ แผ่นวีซีดี
เหล้า เบียร์ น้ำอัดลม เครื่องดื่มหลากหลายยี่ห้อทั้งกระป๋องและขวด
ซ๊อส น้ำปลา นมกล่อง ที่นอน หมอน เสื้อผ้า ผ้าห่ม หม้อหุงข้าว กระทะ
ตะหลิว ช้อนซ่อม เครื่องครัว กระป๋องน้ำ ถังเก็บน้ำ โต๊ะ เก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์
เซฟ ตู้ล๊อคเกอร์ โต๊ะทำงาน ร่มชายหาด เก้าอี้บาร์ หุ่นโชว์เสื้อผ้า
ถังอากาศดำน้ำ หน้ากากดำน้ำ ตีนกบ เสื้อชูชีพ และอีกมากมาย ฯลฯ ทั้งหมดคือ
สิ่งที่พวกเราค้นพบ.....
อุปกรณ์ที่พื้นฐานที่นักดำน้ำทุกชุดต้องนำติดตัวลงไป
-
ถุงก๊อบแก๊บสีขาวพร้อมเชือกฟาง ถุงก๊อบแก๊บสีแดงพร้อมเชือกมนิลาขนาดประมาณครึ่งนิ้ว
- มีดหรือคัตเตอร์สำหรับตัด
- ถุงตาข่ายสำหรับเก็บสิ่งของเล็กๆ
หรือสิ่งของมีค่า
- ถุงมือสำหรับป้องกันการบาดเจ็บจากการจับ
บาด หรือขีดข่วน
อุปกรณ์เสริมเป็นส่วนรวม
- ถังพลาสติกขนาด 30 ลิตรพร้อมเชือกมนิลาขนาดประมาณหนึ่งนิ้ว
- เชือกลวดสลิง และเชือกมนิลาขนาดใหญ่
- ลิฟท์แบก (ถุงสำหรับยกสิ่งของใต้น้ำ)
โดยทั้งหมดต้องจัดเตรียมไว้ให้พร้อมใช้งานทันทีตั้งแต่บนบก
รูปแบบการปฏิบัติงาน
1. สิ่งของที่สามารถกู้ได้ด้วยถุงก็อบแก็บ
นักดำน้ำจะใช้ถุงก๊อบแก๊บสีขาวผูกสิ่งของแล้วเติมลม ปล่อยลอยขึ้นมาสู่ผิวน้ำเพื่อให้ทีมผิวน้ำเก็บกู้ต่อไป
สิ่งของประเภทนี้ เช่น ชิ้นส่วนต่างๆ ของบ้าน ฝาบ้าน ท่อนไม้ เศษไม้
ต้นมะพร้าวและต้นไม้ขนาดเล็ก สังกะสีเป็นแผ่นๆ กระเบื้อง ทีวี ตู้เย็น
เครื่องซักผ้า เครื่องเสียง เครื่องเล่นวีซีดี กล้องถ่ายวีดีโอ กระเป๋าเดินทาง
ที่นอนขนาดเล็ก หมอน เสื้อผ้า ผ้าห่ม หม้อหุงข้าว กระทะ เครื่องครัว
กระป๋องน้ำ ถังเก็บน้ำ โต๊ะ เก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ ร่มชายหาด เก้าอี้บาร์
หุ่นโชว์เสื้อผ้า ถังอากาศดำน้ำ เป็นต้น
2. สิ่งของที่ไม่สามารถกู้ได้ด้วยถุงก็อบแก็บ
นักดำน้ำก็จะทำการหมายจุดไว้ก่อนด้วยถุงก๊อบแก๊บสีแดงและเชือกมนิลาปล่อยเชือกให้ยาวถึงผิวน้ำ
หลังจากนั้นทีมผิวน้ำจะใช้แรงคนช่วยกันดึงขึ้นมา หากเชือกขาดหรือหนักเกินไป
นักดำน้ำลงไปกู้อีกครั้งโดยใช้ถังพลาสติกขนาด 30 ลิตรนำไปผูกกับสิ่งของนั้นๆ
แล้วเติมลม เพื่อยกสิ่งของให้ลอยขึ้นมาสู่ผิวน้ำ สิ่งของประเภทนี้
เช่น เรือเร็ว เรือหางยาว ต้นไม้หรือมะพร้าวขนาดใหญ่ ถังเก็บน้ำจุ
2000 ลิตร โครงหลังคาหรือชิ้นส่วนของบ้าน ตู้เหล็ก เซฟ ตู้ล็อคเกอร์
โครงเหล็ก กองสังกะสีขนาดใหญ่ ที่นอนขนาดใหญ่ เป็นต้น
3. สิ่งของที่หนักมาก
และไม่สามารถกู้ได้ด้วยทั้งสองวิธี สิ่งของเหล่านี้ นักดำน้ำต้องนำเชือกสลิง
หรือเชือกมนิลาขนาดใหญ่จากเรือเก็บกู้ลงไปผูก และให้เรือเก็บกู้ลากขึ้นโดยตรง
วิธีนี้จะค่อนข้างลำบากที่ต้องระวังพื้นท้องน้ำที่มีแนวปะการัง เพราะอาจจะทำให้แนวปะการังเสียหายได้
และสิ่งของบางอย่างต้องใช้วิธีแยกชิ้นส่วนเป็นชิ้นย่อยๆ ถึงจะลากขึ้นมาได้
สิ่งของประเภทนี้ เช่น บ้านที่จมลงไปทั้งหลังมีทรายกลบฝังอยู่ เรือเร็ว
หรือเรือหางยาวที่มีซากปรักหักพังทับถมอยู่ด้านบน เป็นต้น
4. สิ่งของเบ็ดเตล็ด
สิ่งของเหล่านี้ เมื่อนักดำน้ำพบจะเก็บใส่ถุงตาข่ายที่ติดตัวไป เช่น
กระเป๋าถือ กระเป๋าสตางค์ แฟ้มเอกสาร แผ่นวีซีดี เหล้า เบียร์ น้ำอัดลม
เครื่องดื่มหลากหลายยี่ห้อทั้งกระป๋องและขวด ซ๊อส น้ำปลา นมกล่อง หน้ากากดำน้ำ
ตีนกบ เสื้อชูชีพ เป็นต้น
5. สิ่งของมีค่า
สิ่งของเหล่านี้ เมื่อนักดำน้ำพบจะเก็บใส่ถุงตาข่ายที่ติดตัวไปเช่นเดียวกัน
เมื่อนำกลับขึ้นมาจะดำเนินกรรมวิธีตรวจสอบ บันทึกและพิสูจน์ทราบในขั้นต้น
จัดทำหลักฐานส่งมอบให้กับกระทรวงคมนาคม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
สิ่งของประเภทนี้ เช่น เงินสดสกุลต่างๆ เครื่องประดับประเภทสร้อย แหวน
นาฬิกา เอกสารประเภท บัตรประจำตัวประชาชน พาสปอร์ต บัตรวีซ่า บัตรเครดิต
บัตรเอทีเอ็ม สมุดธนาคาร กรมธรรม์ประกันชีวิต เป็นต้น
ถุงก๊อบแก๊บช่วยชาติ
การเก็บกู้สิ่งของขนาดเล็ก
เช่น ทีวี พัดลม ตู้เย็น เครื่องเสียง เครื่องเล่นวีซีดี เครื่องซักผ้า
กระเป๋าเดินทาง แผ่นสังกะสี เศษไม้ โต๊ะ เก้าอี้ ตู้โชว์ มชายหาด ถังอากาศดำน้ำ
ฯลฯ นักดำน้ำจะใช้ถุงก็อบแก๊บ (ที่พวกเราใช้ใส่ของทั่วไปนี่แหละ) และเชือกฟางที่นำติดตัวไปด้วย
เก็บกู้ขึ้นมาจากใต้น้ำ โดยเมื่อนักดำน้ำค้นพบสิ่งของที่จะกู้ ก็จะใช้เชือกฟางผูกเข้าระหว่างถุงก๊อบแก๊บและสิ่งของที่จะกู้
แล้วใช้อากาศจากเครื่องช่วยหายใจสำรอง (Alternate Air Source) เติมอากาศเข้าไปในถุงก๊อบแก๊บ
เพื่อให้อากาศที่เติมเข้าไปเป็นตัวพยุง ยกสิ่งของเหล่านี้กลับขึ้นไปสู่ผิวน้ำ
อากาศที่อยู่ในถุงก๊อบแก๊บจะทำหน้าที่เปรียบเสมือนเป็นทุ่นลอยน้ำนั่นเอง
และหลังจากนั้นทีมบนผิวน้ำของกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีฯ จะใช้เรือหางยาวตระเวนยกเก็บขึ้นบนเรือนำไปทิ้งต่อไป
การใช้ถุงก๊อบแก๊บนี้เป็นสิ่งที่ประหยัดค่าใช้จ่ายมาก และเป็นวิธีการที่ง่าย
สามารถเก็บกู้สิ่งของจากใต้ทะเลได้มากกว่า 70% โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พิเศษใดๆ
ที่มีราคาแพง พวกเราจึงเรียกการเก็บกู้ในลักษณะแบบนี้ว่า ถุงก๊อบแก๊บช่วยชาติ
ถังพลาสติก 30 ลิตร อุปกรณ์ง่ายๆ หาได้ทั่วไป
สิ่งของขนาดใหญ่ที่จมอยู่
เช่น เรือรับนักท่องเที่ยว เรือ Speed Boat เรือหางยาว บ้านเป็นหลังๆ
หรือถังเก็บน้ำขนาดใหญ่จุมากกว่า 1000 ลิตร ต้นมะพร้าวเป็นต้นๆ ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกถอนรากถอนโคน
ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถใช้ถุงก๊อบแก๊บยกขึ้นมาจากใต้น้ำได้ เนื่องจากมีขนาดใหญ่และหนัก
พวกเราจะใช้ถังพลาสติกขนาด 20 ลิตร จำนวนหลายๆ ใบผูกติดกับสิ่งของเหล่านี้
แล้วใช้วิธีเดิมคือ ใช้อากาศจากเครื่องช่วยหายใจสำรอง (Alternate Air
Source) เติมอากาศลงไปในถังพลาสติก 20 ลิตร เพื่อทำการยกขึ้นมาสู่ผิวน้ำ
แต่ในบางครั้งวิธีนี้ก็ใช้ไม่ได้ผลเนื่องจากสิ่งของบางอย่างหนักมาก
และมีทรายทับถมอยู่ พวกเราก็จะใช้วิธีลากขึ้นโดยตรง โดยนักดำน้ำจะนำเชือกหรือสลิงค์ลงไปผูกกับสิ่งของใต้น้ำ
แล้วให้เรือกว้านดึงขึ้นมาโดยตรงเลย แต่วิธีนี้ต้องระมัดระวังเรื่องพื้นท้องน้ำและแนวปะการังใต้น้ำด้วย
เพราะอาจจะก่อให้เกิดอันตรายและความเสียหายได้ จากการปฏิบัติงานดังกล่าว
พวกเราสามารถค้นหาและเก็บกู้ซากเรือจมต่างๆ รวมทั้งสิ่งกีดขวางทางเดินเรือใต้น้ำขึ้นจากก้นอ่าวต้นไทรได้เกือบหมด
คงเหลือบางส่วนเล็กน้อยซึ่งสามารถย่อยสลายไปได้ตามกาลเวลา ไม่เป็นอันตรายต่อระบบนิเวศน์ของทะเล
นอกจากนั้นยังเก็บกู้ซากสิ่งของเครื่องใช้เบ็ดเตล็ดต่างๆ อีกมากมาย
อาทิเช่น โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายวีดีโอ กล้องถ่ายรูป เหล้า เบียร์
น้ำอัดลม เครื่องดื่มประเภทต่างๆ เฟอร์นิเจอร์ สังกะสี แผ่นซีดี กระเป๋าสตางค์
กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเอกสาร กรมธรรม์ประกันชีวิต สมุดธนาคาร บัตรเครดิต
บัตร VISA บัตร ATM พาสปอร์ต สร้อย แหวน นาฬิกา ตุ้มหู ฯลฯ เงินสกุลต่างๆ
ทั้งของไทย และต่างประเทศ ที่เก็บได้ทั้งหมด คิดเป็นเงินไทยแล้วจำนวนมากกว่า
400,000 บาท และยังมีทรัพย์สินสิ่งของมีค่าต่างๆ ตามที่กล่าวมาแล้วอีกจำนวนหนึ่ง
ซึ่งทีมนักดำน้ำของพวกเราได้ส่งมอบให้กระทรวงคมนาคม เพื่อดำเนินกรรมวิธีต่อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในบริเวณอ่าวต้นไทร
เกาะพีพี แทบไม่สิ่งกีดขวางใต้น้ำขนาดใหญ่จมอยู่แล้ว ขอภาวนาอย่าให้เกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้นอีกเลย
........ถึงแม้พวกเราจะเหนื่อยและไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้นก็ตาม
พวกเราก็รู้สึกภูมิใจที่ได้ปฏิบัติงานในครั้งนี้ เพราะมันเป็นงานของชาติ
ที่พวกเราพึงกระทำได้ นอกเหนือจากนั้นแล้ว งานนี้ยังเป็นงานเฉพาะทางของนักดำน้ำอย่างพวกเราอีกด้วย
พวกเราภูมิใจและดีใจที่สามารถใช้ความรู้ความสามารถของตนเองให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติเป็นส่วนรวม....
ขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ท่านปลัดกระทรวงคมนาคม ท่านผู้ตรวจการณ์กระทรวงคมนาคม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน
ที่ช่วยสร้างสิ่งดีๆ ให้แก่ประเทศชาติของเรา ถึงแม้อาจจะเหมือนกับการปิดทองหลังองค์พระก็ตาม
และหากผู้อ่านหรือสื่อมวลชนท่านใดได้อ่านบทความนี้แล้ว ขอให้ช่วยเผยแพร่สิ่งดีๆ
เหล่านี้ให้แก่อนุชนรุ่นหลัง เล่าสืบต่อกันไปด้วย
...หากไม่ปิดทองหลังองค์พระ แล้วพระจะงามได้อย่างไร...
ประวัติศาสตร์ที่ช่วยกันสร้าง "TSUNAMI
MEMORIAL DIVE SITE"
ในการปฏิบัติงานห้วงสุดท้ายใน
ระหว่างวันที่ 7-9 เม.ย.2548 ภารกิจสำคัญที่พวกเราได้รับมอบหมาย นอกเหนือจากการค้นหาและเก็บกู้สิ่งกีดขวางใต้น้ำแล้ว
คือ ให้พวกเราช่วยกันสร้างอนุสรณ์สึนามิใต้น้ำ เพื่อเป็นการรำลึกถึง
เหตุการณ์ธรณีพิบัติภัย คลื่นยักษ์สึนามิถล่มอันดามัน เมื่อวันที่
26 ธ.ค.2547 ที่ผ่านมา โดยมุ่งหวังเพื่อสร้างเป็นแหล่งดำน้ำลึกแหล่งใหม่
หน้าที่ของพวกเราจะต้องดำเนินการสำรวจ LOCATION ว่าที่ใดน่าจะเหมาะสม
และบันทึกรายละเอียดของพื้นที่ ตั้งแต่แผนที่สังเขป ตำแหน่งที่ตั้ง
พื้นท้องน้ำ ความลึก กระแสน้ำ สภาวะแวดล้อมล้อมข้าง ข้อดี ข้อเสีย
ผลกระทบต่อระบบนิเวศน์วิทยาทางทะเล ฯลฯ แล้วกลับไปรายงานเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการวางแผนโครงการต่อไป
พอมาถึงพวกเราเห็นบ้านจำลองอยู่หนึ่งหลังบนเรือของกรมขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี
ก็พาถามด้วยความซื่อว่า เตรียมบ้านจำลองหลังนี้มาทำไม เจ้าหน้าที่ของกรมขนส่งฯ
ตอบพวกเราว่า นี่แหละที่พวกเรานักดำน้ำทั้งหลายต้องนำมันลงไปเพื่อสร้างอนุสรณ์สึนามินั่นเอง
โดยให้พวกเราหาสถานที่ที่เหมาะสมเอาเอง ไม่นึกว่างานนี้ต้องเอาจริงเสียแล้ว
บ้านหลังนี้สร้างขึ้นมาจากเศษซากไม้ต่างๆ
ที่พวกเราเก็บกู้ขึ้นมาได้จากครั้งก่อน สร้างโดยนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคกระบี่
ใช้เวลาสร้าง 2 วัน การนำบ้านหลังนี้ลงไปใต้น้ำค่อนข้างทุลักทุเลมาก
เนื่องจากพวกเราคาดการณ์และวางแผนผิดในหลายเรื่อง แต่เราก็ทำสำเร็จ......(ขั้นตอน
และรายละเอียดต่างๆ หาอ่านต่อได้ในเรื่อง TSUNAMI MEMORIAL DIVE SITE)
ขอขอบคุณนักดำน้ำผู้เสียสละทุกคน โอกาสหน้าพบกันใหม่
เมื่อชาติต้องการ
เขียนและเรียบเรียงโดย พันเอกสุชาต จันทรวงศ์
หากมีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย และหากท่านใดมีข้อแนะนำหรือต้องการส่งข้อมูลต่างๆ
เพิ่มเติม สามารถส่งมาได้ที่ s_rta@hotmail.com
|